เช็คเลย กลุ่มพิเศษ ลงทะเบียน เราชนะ ลอตสุดท้าย 30 เมษายน นี้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดี ที่ชาวเน็ตและคนทั้งประเทศต่างให้ความสำคัญกันมาก ทั้งนี้  ในส่วของผู้ที่ได้รับผลกระทบ กับ cv-19 รอบสองนั้นม

โดยในส่วนของการช่วยเหลือจ่างๆที่รัฐบาลออกมาตรการมานี้ ถือว่าตรงนี้ได้รับความสนใจจากประชาชชนอย่างมากมายนั้นคือเราชนะ นั้นเอง

ล่าสุดนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) ครั้งที่ 3

ตามนโยบายของ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โครงการเราชนะ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ที่ไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 9 เมษายน 2564 นั้น

ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ ในช่วงเวลาดังกล่าว จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2564 เป็นต้นไป

โดยผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ จำนวน 7,000 บาท และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card)

ได้ที่ผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564

สำหรับความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 2 เมษายน 2564 ดังนี้ 1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 70,942 ล้านบาท 2)

ซึ่งประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ในโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน และ คนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 104,900 ล้านบาท

และ 3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 11,206 ล้านบ าท

ตรงนีั ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการแล้ว รวมทั้งสิ้น จำนวน 32.5 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 187,048 ล้านบาท

ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ