เฮสนั่น กันทั้งประเทศ คนละครึ่งเฟส3 มาแล้ว เริ่มสิ้นเดือนนี้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลต่างติ ดตามและต้องบอกว่า ในช่วงนี้ไม่ว่าขจะเป็น ค่ารถ ค่า น้ำค่ าไฟ ค้าใ ช้จ่ายต่า งๆ ตรงนี้ ได้รั บผลกระทบจริงๆ

ซึ่งในส่วนของหลั งสถาณการณ์รอบ 2 ที่ผ่านมาไม่ว่ าจะเป็นยภาครัฐหรือเอกชนเจอเ หมือนกันห มด บางบริษัทบางกิจการ ถึงขน าดปิดตัวลง

ซึ่งสำหรับก ารช่วยเหลือของรั ฐบาลมีอยู่ด้วยกันหล ายมาตรการ ซึ่งในส่ว น ของโครงก าร ที่ช่วยประช าชนได้ทุกลุ่มนั้นคือ คนล ะครึ่งนั้นเอง โดยร อบนี้ ที่จะกำลังให้ ลงทะเบียนให ม่ในรอบ 3 ใครที่ไม่ได้ล ง 2รอบแลกไม่ค วร พลาด

 

วันที่ 5 มี.ค. นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดก ระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียม หารือนโยบายกับนายสุพัฒ นพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรั ฐมนตรี และรมว.พลังงาน และนาย อาคม เติม พิทย าไพสิฐ รมว.คลัง ขยายมา ตรการคนละครึ่งเฟส 3 ที่มาตรก ารเฟส 1-2 จะครบกำหนดในวั นที่ 31 มี.ค.ว่าจะขย ายต่อไปเลยหรือไม่

หรือเ ป็นช่วงเวลาใด และจะครอบค ลุมผู้ที่ได้สิทธิ์เดิม 15 ล้านคนที่ได้สิ ทธิ์เดิมไม่ต้อง มาลงทะเบีย นใหม่ หรือจะเปิ ดลงทะเบียนใ หม่ทั้งหมด ให้สิทธิ์กับทุกค นที่อยากได้

ตอนนี้ต้องออกแบบโค รงการให้ชัดเจนก่อนเสนอ คณะรั ฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ถ้าฝ่ายนโยบ ายเห็นว่าจะไม่มีโครงก ารมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ออ กมา ก็สามารถเสนอโครงการคนล ะครึ่งเฟส 3 ได้ ซึ่งหลักการต้องใกล้เคียงกับขอ งเดิม แต่จะดูเวลาที่เหมาะสมว่าจะให้ต่อเ นื่องไปเลย

หรือจะเว้ นช่วงไว้แล้วจะให้สิทธิ์กี่คน จำเป็นต้ อง 15 ล้านคนไหม หรือจ ะให้ 30 ล้านคนเท่าเราชน ะ แต่ถามใจคือ ใครอย ากได้ต้องได้หมด นา ยกฤษฎากล่าว

สำห รับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ต้องแก้ข้ อบกพร่องเดิม ที่มีในโครงการเฟส 1-2 เช่น จะต้องรวมภ าคบริการจากเดิ มให้ซื้อได้เฉพาะสิน ค้า ซึ่งจะต้องขอ หารือกับธนาค ารกรุงไทยว่า มีภาคบริ การเข้าร่วมโครงการในฐา นข้อมูลมากน้อยแค่ไหน และส าเหตุที่ควรขยายม าตรการเฟส 3 ออกไป

เพราะเห็นว่าต้องการรักษ าแรงส่งให้เศร ษฐกิจฟื้นฟูต่อไปได้ เป็นการช่ วยเหลือทุกภาคส่ วน ร้านค้ารายเล็ก ทั้งสินค้าและบริกา รกว่า 2 ล้านราย ให้มีส่วนร่วมช่ วยกันจับจ่ายใช้สอยคนละครึ่งกับรัฐบาล

นายกฤษฎา กล่าวว่า  ส่วนวงเงินที่จะให้เบื้ องต้น คาดว่าจะไม่ได้ให้ 500 บา ท เห มือนเฟส 2 ซึ่งอา จจะน้อยเกินไป แต่ หากจะให้รา ยละ 3,000-3,500 บา ท นาน 3 เดือน

ก็ต้องดูว่ามีเงินเห ลือพอหรือไม่ ซึ่งตอนนี้เ งินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้ านบ าท ในส่ว นวงเงิ นเยียวย า 5.5 แสนล้านบาท ใช้ไปเกือบหม ดแล้ว จึงเหลือวงเงิ นในส่วนฟื้นฟูอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ที่จะนำม าใช้ได้ ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบา ยว่าจะจ่ายเท่าไหร่ จึงจะเ หมาะสม

ส่วนข้อเสนอขอ งนายสุพัฒนพงษ์ ให้ลดอัตร าภา ษีเงิ น ได้นิติบุคคล 20% เพื่อจูงใจให้ ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไ ทยนั้น ต้องไปพิจา รณาว่าเมื่อเทียบกับปร ะเทศคู่แข่งแล้ว อัตราภาษี ไทยสูงเกินไปหรือไม่ เช่น สิงคโปร์ อยู่ที่ 18% แต่บางป ระเทศก็สูง กว่ าไทยมา ก

ในมุมมองคือ ถ้าลดภาษี ก็ช่วยเรื่องของการแข่งขัน จูงใจลงทุนเพิ่ มขึ้นได้ แต่การเสน อต้องทำเป็นแพ็ คเกจ ถ้าลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ต้องจั ดเก็บรายได้จากตั วอื่นมาทดแท นด้วย