ได้เวลาลุ้น คลัง สภาพัฒน์ ชงเยียวยารอบใหม่ รอฟังข่าวดีสัปดาห์หน้า

จากกรณีประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้ม 14 วัน ทำให้ประชาชนหลายรายได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง จึงได้ออกมาเผยมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมหลังรัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้ม 14 วันจากนี้ไป

เตรียมหามาตรการเยียวยาประชาชน

ที่ได้รับผลกระทบจาก CV-19

จากการประชุมหารือเบื้องต้นของทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงานเป็นประธานการประชุม

ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ได้เตรียมมาตรการเยียวยาประชาชนเพิ่มเติม เพื่อรองรับการยกระดับมาตรการป้องกันควบคุม cv 19 พื้นที่ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม

โดยงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการเยียวย ารอบนี้ จะมาจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพราะงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่เพียงพอต่อการเยียวย าประชาชนอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี ในส่วนที่ใช้งบประมาณจากประกันสังคมก็สามารถจ่ายเยียวยาได้เลย ไม่ต้องผ่านขั้นตอนคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ แต่ส่วนที่ต้องใช้เงินกู้ก็จะต้องผ่านคณะกรรมการดังกล่าว แล้วเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป โดยยืนยันว่าการดำเนินการออกมาตรการจะสามารถทำได้เร็ว เพื่อเยียวยาช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

มาตรการเยียวยาประชาชน กำลังเร่งทำ ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรนั้น จะต้องรอมติจาก ครม.อนุมัติ โดยสภาพัฒน์จะเร่งเสนอ ครม.ในสัปดาห์ถัดไป หลังจากที่ ศบค.ประกาศรายละเอียดมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งการประเมินความช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบ cv 19 รอบนี้จะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่นั้น จะต้องติดตามประกาศของ ศบค. ว่าสรุปแล้วจะกำหนดนานแค่ไหน ซึ่งสภาพัฒน์ก็ต้องเตรียมการเยียวยาเผื่อไว้ด้วย ว่าผลกระทบยาวแค่ไหน ก็จะทำให้สอดคล้องกัน

นายดนุชากล่าวด้วยว่า ส่วนมาตรการช่วยเหลือการจ้างงานเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนตกผลึกแล้ว แต่จะยังไม่เสนอ ครม.เร็ว ๆ นี้ เนื่องจากต้องโฟกัสในเรื่องที่สำคัญที่สุดขณะนี้ก่อน ซึ่งก็คือการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก cv 19

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือเรื่องมาตรการมาเยียวยาประชาชนเพิ่มเติม เพื่อรองรับการประกาศล็อกดาวน์แล้ว โดยคาดว่ามาตรการที่ออกมาจะเป็นรูปแบบเดิม เช่น การเพิ่มเงินในโครงการเราชนะ ม33 เรารักกัน ซึ่งสิ้นสุดโครงการเมื่อ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่หากมีโครงการใหม่ออกมา ลักษณะก็จะคล้ายคลึงรูปแบบเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนใหม่เล็กน้อย

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่างบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะเพียงพอในการรับมือวิกฤตรอบนี้หรือไม่ อย่างไรก็ดี เครื่องมือที่รัฐใช้ออกมาดูแลประชาชนไม่เพียงแต่ใช้เงินในการออกมาตรการมาดูแลเท่านั้น แต่ก็มีมาตรการอื่นที่ใช้ได้โดยไม่ใช่รูปแบบเงิน เช่น มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) การลดภาษี และการยกเว้นภาษี เป็นต้น

ทั้งนี้ประชาชนยังคงต้องรอลุ้นกันต่อไป