รายชื่อผู้ได้รับสิทธิ มิสทินสู้CV 1000 บาท

ในส่วนนของตรงนี้ หลายๆคนต่างติดตามและออกความคิดเห็นต้องบอกว่า ในช่วงของสถานการณ์รอบนี้นั้นทำเอาหลายๆคนต่างประสบปัญหาหลายๆอย่างโดยเฉพาะปัญกาเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว

ซึ่ง บางร้านค้า บากบริษัด หรือบางกิจการ ถึงขนาดหยุดชัวคราวหรือปิดตัวลง ทำให้หลายๆคน ต้องออิกจากงานแบบไม่ได้ตั้งตัว ทำให้รายได้ขาดมือ บางคน ลองไม่มีนี้ไม่มีจริงๆ

โดยในส่วนขของ การชล่วยเหลือมาตรการต่างๆ ในตอนนี้ของรัฐบาลนั้นถือว่าดีมาก แต่ตรงนี้ ต้องบอกว่าเป็นการช่วยเหลือขอวงภาคเอกชน ที่ถือว่า ช่วยได้ หลายอย่างเลย

ปิดลงทะเบียนไปแล้วสำหรับโครงการ ;มิสทินสู้CVดย บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ มิสทิน และ มูลนิธิ ดร.อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ ที่ขอมอบเงินสด 1,000 บาท และกล่องยังชีพมูลค่า 1,000 บาท ครอบครัวละ 1 ทุน (ขอสงวนสิทธิสำหรับที่อยู่และนามสกุลเดียวกัน) รวมมูลค่ารวมทั้งสิ้น 10,000,000 บาท

ให้แก่ ผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์ CV-19 ซึ่งลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.มิสทินสู้CV.com ระหว่างวันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม ถึงวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 24.00 น และจะประกาศรายชื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 เวลาเที่ยงวัน เป็นต้นไป

 

กดยกเลิกลงทะเบียนเพราะกลัวข้อมูลส่วนตัวไม่ปลอดภัย

กลายเป็นความกังวลขึ้นมาภายหลังจากลงทะเบียนโครงการ มิสทินสู้CV เนื่องจากขั้นตอนลงทะเบียนนั้นจะต้องกรอกข้อมูลโดยละเอียด ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรประชาชน พร้อมแนบไฟล์สำเนาบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร รวมถึงแนบไฟล์สำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคารด้วย

ซึ่งทำให้หลายคนไปกดยกเลิกการลงทะเบียน โดยคอมเมนต์ อาทิ ลงทะเบียนแล้วค่ะ ข้อมูลส่วนตัวจะปลอดภัยใช่ไหมคะ , กดยกเลิกไปแล้วข้อมูลจะยกเลิกออกให้หมดเลยมั้ยคะ บอกตรง ๆ ว่ากลัวค่ะ , คิดเหมือนกันเลยนี้ก็กดยกเลิกแระมันรู้สึกแม่งแม่งง่ะ , กลัวเหมือนกันค่ะไม่กล้าลงมีทั้งเลขบัตร ปชช. ละก็เลขบัญชี กลัวงานเข้า , วัดดวงเอาครับ!!

แต่ดูจากทางเพจน่าจะพอมั่นใจในระดับหนึ่งนะครับ แอบกลัวเหมือนกัน ยังไงก็ขอให้ปลอดภัยทุก ๆ ท่าน สถานการณ์แบบนี้ไม่มีทางเลือก ถึงมีก็น้อยมาก สู้ ๆ ครับ , เรากรอกไปละ จะเป็นผลไรมั้ย ถามจริง แม่งเดี๋ยวสติแตกอีก

ทั้งนี้ ธุรกิจขายตรงมิสทิน ขออนุญาตชี้แจงในส่วนของสาเหตุที่ใช้สำเนาบัตรประชาชน และหน้าบุ๊คแบงก์นะคะ ในส่วนของสำเนาบัตรประชาชน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ และคนที่ใช้สิทธิลงซ้ำค่ะ และในส่วนของหน้าบุ๊คแบงก์ เพื่อเป็นหลักฐาน สำหรับใช้ในการโอนเงินเข้าบัญชีให้ค่ะ

ทั้งนี้ มูลนิธิต้องการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะ ทางมูลนิธิไม่ได้ต้องการนำข้อมูลมาใช้เพื่อการตลาด หรือ ส่งแค็ตตาล็อกใด ๆ และเมื่อครบกำหนด 2 เดือน ข้อมูลจะถูกดำเนินการทำลายทิ้งทันที