รอบ 2 โรงงานรองเท้ากิ่งแก้ว วอดกว่าร้อยล้าน

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ซ้ำ 2 ท่หลายๆคนต่างติดตามแล้วให้ควาสนใจกันเป็่นอย่างมาก ในส่วนของตรงนี้นั้นในมาตรฐานIso 9000 และ 14000 นั้นทุโรงงานที่ประกอบกิจการประจำปี ควรมีการตรวจสอบอุปกรณ์ในโรงานทั้งอุปกรณ์ในโรงงาน และ ท่อทิ้งน้ำเสีย ต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซึ่งอาจจะกระทบกับสิ้งแวดล้อม และ ชุมชน

จากรณีเมื่อคืนวันที่ 19 ต.ค. 64 เกิดเหตุไฟภายในบริษัท วัฒนา ฟูตแวร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 54 / 8 ซอยกิ่งแก้ว 9 /1 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรองเท้าขนาดใหญ่ ได้พบเพลิงกำลังลุกตัวอาคารของโรงงานดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยเพลิงได้ลุกเต็มพื้นที่

เนื่องจากภายในโรงงานดังกล่าวมีถังสารเคมีและทินเนอร์ร่วมทั้งถังแก๊สเก็บไว้เป็นจำนวนมาก เพลิงจึงลุกโหมอย่างรุนแรงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเพลิงจะสงบ ทำได้เพียงฉีดน้ำล้อมเพลิงเอาไว้ แต่เพลิงก็ยังลุกลามไปลุกบริษัท วอล์คเกอร์ อินเตอร์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน

เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำสกัดเพลิงขณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังช่วยกันระดมฉีดน้ำโครงสร้างตัวอาคารที่ถูกความร้อนเผาผลาญได้เกิดถล่มลงมาเจ้าหน้าที่ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง เปลวเพลิงจึงสงบแต่ยังมีกลุ่มควันจำนวนมากเจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายควันออกมาจากภายในอาคารที่เกิดเหตุและเข้าไประดมฉีดน้ำเพื่อดับถ่านที่อาจเกิดการประทุขึ้นมาอีกได้

เบื้องต้นพบว่าเพลิงได้เผาผลาญอาคารโรงงานและเครื่องจักรภายในได้รับความเสียหายทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบภายในโดยละเอียดได้ และไฟยังได้ลุกลามไปลุกไหม้โรงงานที่อยู่ติดกันได้รับความเสียหายด้วย แต่ไม่มากนัก ส่วนค่าเสียหายคาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

จากการสอบถาม นายเคน ไทยรส อายุ 56 ปี รปภ.ของบริษัทดังกล่าว ได้เล่าว่า ขณะเกิดเหตุโรงงานได้หยุดทำงานไปแล้วตั้งแต่ช่วงเย็น ไม่มีใครอยู่ภายในโรงงานและปิดไฟทั้งหมดแล้วเหลือเพียงด้านหน้า ที่ตนกำลังเข้าเวรปฎิบัติหน้าที่อยู่ด้านหน้าโรงงานเท่านั้น

ขณะที่ตนนั่งอยู่ในป้องด้านหน้าได้กลิ่นของควันไฟ ตนจึงออกไปดูได้พบกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากในตัวโรงงาน ตนรีบวิ่งเข้าไปดูพบว่าเปลวไฟลุกจากตัวเครื่องจักร และมีกลุ่มควันจำนวนมากตนและเพื่อน รปภ.พยายามเข้าไปใช้ถังเคมีฉีดเพื่อสกัดเพลิง แต่เอาไม่อยู่

จึงรีบถอยออกมาเนื่องจากแสงเพลิงแดงฉานทั่วโรงงานแล้ว และรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประสานดับเพลิงให้มาตรวจสอบ เนื่องจากภายในโรงงานมีเครื่องจักรและสารเคมีตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการเกิดเพลิงในครั้งนี้น่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่เครื่องจักรเกิดการลัดวงจรจึงทำให้เกิดไฟลุกก่อนลุกลามไปลุกไหม้กองวัสดุที่ส่วนใหญ่เป็นยางและเคมีร่วมทั้งทินเนอร์ซึ่งเป็นสารไวไฟ แต่อย่างไรก็ตามจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาสาเหตุโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป