23-30 ต.ค.นี้เตรียมรับมือน้ำจะขึ้นสูง

หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บ้านประชาชนหลายหลังคาเรือนเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยในวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ได้ระบายในอัตรา 2,779 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและคลองธรรมชาตินอกคันกั้นน้ำชลประทานได้รับผลกระทบ น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำน้อยคลองโผงเผง และคลองบางบาล ท่วมบริเวณบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย

ที่ ต.บ้านแป้ง อ.บางปะอิน น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วม ทางเดินในหมู่บ้าน รอบที่ 2 ทำให้การสัญจรไปมายากลำบากต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ส่วนพื้นที่อำเภอบางซ้าย ชลประทานได้ผันน้ำลงทุ่งเจ้าเจ็ดสุพรรณ

ทำให้ปริมาณในทุ่งสองฝั่งเต็มไปด้วย และท่วมถนนเส้นทางจากบางซ้าย ปลายกลัดไปถึง ต.รางจระเข้ ต.เสนา ต.ลำตะเคียน อ.ผักไห่ ประชาชนใช้เส้นทางสัญจรไปมาอย่างยากลำบาก บางช่วงน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร

นายธนากร ตันติกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ปรับแผนการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ด้วยการเพิ่มการรับน้ำเข้าฝั่งตะวันตกลงแม่น้ำน้อยและฝั่งตะวันออก ปรับเพิ่มการรับน้ำเข้าคลองชัยนาท – ป่าสัก

โดยจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ พร้อมหน่วงน้ำไว้เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา มีผลทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูง 0.20-0.40 เมตร

ในช่วงวันที่ 23-30 ตุลาคมนี้ บริเวณแม่น้ำน้อย พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมากสุด ได้แก่ อำเภอผักไห่ เสนา และบางบาล ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำที่พระตำหนักสิริยาลัยและวัดไชยวัฒนาราม ระดับน้ำจะสูงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

พร้อมกันนี้ กรมชลประทานจะระบายน้ำเข้าทุ่งต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยผันน้ำเข้าทุ่งผักไห่ บางบาล-บ้านแพน เพื่อบรรเทาน้ำท่วมสูงของชุมชนริมฝั่ง ซึ่งทุ่งแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 4 อำเภอ 2 จังหวัด ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล และอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามประกาศของแต่ละจังหวัด เพื่อเตรียมรับมือกับมวลน้ำที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน