ชงนายกฯ ใช้งบกู้7แสนล้าน แจกเงินสดปชช.คนละ 5 พัน

เป็นีกหนึ่งเรื่องราวที่คนทั้งประเทศต่างให้ความส นใจและติดตามาขตรงนี้ต้องบอกว่า ในส่วนของสถ านการณ์รอบที่ 3นี้ หนักจริงอะไรจริง

ซึ่งในส่วนของ หลายๆอาชีพ ต่างได้รับผลกระทบกันทั่วหน้่า บางบริษั ทบางกิจการ  ถึงขนาดปิดตัวลง ทำให้หลายคนขาดรา ยได้และต้องออกจาก ห น้าที่ ซึ่งได้รับกระทบทั้ง ภาครัฐและเชิงพานิชย์

ในส่วนของกาช่วขยเหลือของราชการนั้น ได้ออ กมาตรการเพื่อป ระชาชนมมาหลายมาตรการ และต้องยอมเลยว่ามาตรการต่างๆนี้ วินาทีนี้ช่วยอะไรได้หลายอย่างจริงๆ ล่าสุด

เมื่ อวันที่ 25 พ.ค. เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา มีการประชุม วุฒิสภา โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ว าระการประชุมได้เปิดให้ ส.ว.ลุกขึ้นปรึกษาหารือปัญหาต่างๆ โดย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า ตนขอเสนอเรื่อง การใช้ งบประมาณ พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท

ซึ่งโครงการเยียวยาต่างๆของรัฐบ าลที่ผ่านมา อาทิ โครงการเราชนะ โครงการเรารักกัน โครงการคนละครึ่ง ถือเป็นโครงการที่ดี แต่มุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ 1 ปีที่ผ่านมากลับมีประชาชนถูกดำเนินคดีความหลายคดี และถูกกล่าวหาเรื่องการขายสิทธิของเขา เพราะเขาต้องการเงินไปใช้หนี้ต่างๆ เช่น จ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ ผ่อนรถ แต่รัฐบาลกลับให้เงินไปซื้อของ ซื้อขนม ซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง ซ้ำแล้วซ้ำอีก

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช

ดังนั้น รัฐบาลควรพิจารณางบประมาณกู้เงินที่จะออกมานี้ให้ดี และตนขอเสนอให้ส่วนห นึ่งเป็นเงินสดแจกประชาชนคนละ 5,000 บาท เพื่อไปทำอย่างอื่นที่เขามีควา ม ต้องการ รวมถึงยังช่วยกร ะตุ้นเศรษฐกิจได้อีกด้วย ซึ่งรัฐบาลต้องคิดถึงควา มต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อย่าคิดว่าเ งินจะหมุนเงินวงรอบเท่าไหร่อย่างเดียว จึงฝากถึงนายกรัฐมนต รีและกระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางช่วยเ หลือประชาชนให้ตรงเป้าและตรงใจผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง

ซึ่งหากได้รับเป็นเงินสด ความคิดเห็นช าวโซเชี ยลบางส่วนบอกว่าสามารถเอาไปซื้ออย่างอื่นได้นอกเหนือจ ากร้านที่เข้าร่วมโครงการ เช่นเติมน้ำมันรถ นำไปใช้จ่ายในการไปทำงานจ่าย ค่ารถเมย์ และอื่นๆอีกที่โครงการยังไม่ครอบคลุม