ขอกินหายากส์ ชัยภูมิน้ำท่วม ผักราคาพุ่งขึ้นเท่าตัว

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่คนทั้งประเทศต่างติดตามและต้องบอกว่า ช่วงนี้น้ำขึ้นสูง อาหารการกินต่างๆหายากส์ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วย กรณีเกิดน้ำท่วมในตัวเมืองชัยภูมิ หนักสุดเท่าที่เคยเกิดน้ำท่วมในจังหวัดมาก่อน มวลน้ำป่าจากเขื่อนลำปะทาว ได้ไหลเข้าในเมืองชัยภูมิด้านทิศเหนือเมือง น้ำในแม่น้ำชีกันหนุนสูงเข้าตัวเมืองด้านทิศใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมตัวเมืองชัยภูมิ ย่านเศรษฐกิจ มีระดับสูงกว่า 1 เมตร มานานตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ประชากรกว่า 30,000 คนได้รับความเดือดร้อน ต้องขนสิ่งของหนีน้ำไปอยู่ในที่สูง บางครอบครัว ตามร้านค้าต่างๆ ปิดการค้าขาย การสัญจรไปมาต้องใช้เรือ

นอกจากนั้นต้องปิดตลาดสดในเมืองชัยภูมิ เนื่องจากน้ำท่วมสูง บรรดาพ่อค้า แม่ค้าย้ายสถานที่ขายพืชผัก อาหารสด ที่ใช้ประกอบอาหารในครัวเรือนมาขายได้เพียง 2 จุด ที่สะพานบ้านคลองเรียงด้านทิศตะวันออกตัวเมือง และที่ถนนออกเมืองด้านทิศเหนือที่น้ำท่วมไม่ถึง ด้านหน้าสำนักงานสหกรณ์ จ.ชัยภูมิ

ซึ่งพบพืชผักทุกชนิดขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น 2-3 เท่าตัว บรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่นำพืชผัก มาขายบอกว่าทั้งพื้นที่ปลูกผักถูกน้ำท่วม ในพื้นที่ไหนไม่ถูกน้ำท่วมก็นำผักมาส่งขายยากลำบากมาก เพราะเส้นทางถูกน้ำท่วม ต้องใช้เส้นทางอ้อมมีระยะทางไกลเป็นเท่าตัว ค่าใช้จ่ายส่งผักสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ที่นำพืชพืชผักมาส่งขายได้มีน้อยลง

ราคาแพงขึ้นกว่าเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นผักคะน้าจากกิโลกรัมละ 20 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 70 บาท กะหล่ำปลีจากกิโลกรัมละ 35 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 60 บาท ต้นหอมกิโลกรัม 50 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท ที่แพงสุดเห็นจะเป็นผักชีซึ่งปลูกอยากอยู่แล้วในช่วงหน้าฝน ขาดตลาดมีการปรับราคาสูงจากกิโลกรัมละ 80 บาท เป็น 250 – 300 บาท ช่วงโควิด-19ระบาดหากินยากอยู่แล้ว เมื่อน้ำท่วมมาอีกเหมือนซ้ำเติม ประชาชนในขณะนี้