เขื่อนป่าสัก สุดอั้น เร่งระบายน้ำแล้ว 5 จังหวัขนของด่วน

เป็นอีกหรนึ่งเรื่องราวที่คนทั้งประเทศ ต่างติดตามและให้ความสนใจกันอย่างมากตรงนี้ต้องบอกว่า  ปภ. ออกหนังสือด่วน เขื่อนป่าสักฯ มีปริมาณน้ำ 1,014.45 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 105.64 %(ระดับเก็บกักนั้สูงสุด 960 ล้าน ลบ.เมตร) ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ 153.40 ล้าน ลบ.เมตร/วัน ระบายน่้ำ 1,200 ลบ.เมตร/วินาที หรือ 103.72 ล้าน ลบ.เมตรต่อวัน ระดับน้ำท้ายเขื่อน +30.94 ม.รทก.

ประกาศ

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง ออกหนังสือ “ด่วนที่สุด” แจ้งเตือนถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งได้แก่ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และ นนทบุรี ให้เตรียมพร้อมรับผลกระทบการระบายน้ำจาก “เขื่อนป่าสัก” ชลสิทธิ์

โดย ข้อความแจ้งเตือนดังกล่าว ระบุว่า ด้วยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทาน ว่า ในช่วงที่ผ่านมาพายุโขนร้อน “เตี้ยนหมู่” และหย่อมความกดอากาศต่ำ เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทำให้มีฝนตกหนาแน่น และเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าจะมีปริมาณน้ำที่ไหลลง “เขื่อนป่าสัก” ชลสิทธิ์ ระหว่างวันที่ 27 ก.ย.-3 ต.ค. รวมจำนวน 515 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากยังคงระบายน้ำในอัตรา 8.64 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเต็มอ่างในวันที่ 30 ก.ย.

 

ดังนั้น เพื่อให้มีพื้นที่รองรับน้ำที่จะไหลลง “เขื่อนป่าสัก” ได้ โดยไม่ทำให้น้ำเต็มเขื่อน กรมชลประทาน จึงจะเพิ่มการระบายน้ำจาก “เขื่อนป่าสัก” เป็น 34.56 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

 

 

เมื่อน้ำจำนวนนี้ไหลลงไปรวมกับปริมาณน้ำจาก คลองชัยนาท-ป่าสัก แล้ว จะควบคุมให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก ในอัตราไม่เกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระรามหกในชุมชมนอกคันกั้นน้ำ บริเวณวัดสะตือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2-2.5 เมตร โดยระดับน้ำที่สูงขึ้นดังกล่าว จะไม่กระทบกับพื้นที่บริเวณตั้งแต่ท้ายน้ำวัดสะตือ ไปจนถึงจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนป่าสัก