ประชาชนเตรียมเฮกันได้เลย คลัง เสนอมาตรการเยียวยา CV-19 เตรียมแจกเงินเพิ่ม

ด้วยสถานการณ์การแพร่กระจาย CV-19 ที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้ ทำให้ประชาชนทุกหย่อมหญ้าได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะคนทำงาน พ่อค้าแม่ขาย ที่มีรายได้ลดลงจากสถานการณ์เช่นนี้ จนมีประชาชนจำนวนมากออกมาเรียกร้องการช่วยเหลือจากรัฐบาลเพราะทนความเดือดร้อนไม่ไหว

ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง ก็ออกมาเปิดเผยความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชน ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 มิถุนายน ที่ใกล้จะถึงนี้ โดยทางกระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอ 4 โครงการช่วยเหลือประชาชน กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มเติม ในที่ประชุมครม. ได้แก่

1.โครงการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.65 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 1.64 หมื่นล้านบาท

2.โครงการเติมเงินให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ที่เป็นผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมทั้งกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุด้วย จำนวน 2.5 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท

3.โครงการคนละครึ่ง ระยะ 3 โดยจะเป็นการใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย (โคเพย์) คือรัฐช่วยจ่ายวันละ 150 บาท ผู้ได้สิทธิจ่ายเอง 150 บาท รวมเป็นเงิน 3,000 บาท โดยจะแบ่งเป็นช่วงแรกไตรมาส 3 จะทยอยจ่าย 1,500 บาท และไตรมาส 4 อีก 1,500 บาท ครอบคลุมประชาชน 31 ล้านคน ที่ผ่านมามีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 15 ล้านคน ซึ่งโครงการระยะ 3 จะเปิดให้เข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิอีก 16 ล้านคน ใช้งบประมาณรวมกว่า 93,000 ล้านบาท

4.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ จะเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ในการรับสิทธิใช้คูปองอิเล็กทรอนิกส์ (อีวอชเชอร์) ไว้ใช้จ่ายค่าสินค้า อาหาร ค่าเครื่องดื่ม และค่าบริการ (ไม่รวมลอตเตอรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับยานพาหนะ ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน) ในอัตรา 10-15% สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน มีกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ใช้งบประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท

ทั้ง 4 โครงการที่จะออกมาเพิ่มเติม หากรวมกับโครงการที่ออกมาในระยะแรก คือเพิ่มวงเงินโครงการเราชนะ จำนวน 2,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระประชาชนในช่วงCV19 ใช้งบประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท และโครงการ ม33เรารักกัน เพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ใช้งบประมาณรวมกว่า 1.85 หมื่นล้านบาท โดยประเมินแล้วคาดว่า จะสามารถดูแลประชาชนได้ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน นางสาวกุลยา กล่าว