เพื่อความรวดเร็ว เร่งจัดสรรเงินนักเรียน 2,000 จ่อเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่คนทั้งประเทสต่างติดตามและออกความคิดเห็นตรงนี้ต้องบอกว่า ในช่วงสถานการณ์รอบนี้นั้นได้รับผลกระทบกันทั่วหน้าจริงๆ ซึ่งในส่วนของเรื่องการศึกษานั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ในเรื่อการเรียนรู้ผ่านทางเครือข่ายนั้น สิ่งสำคัย นั้นคือ ผู้ปกึครองต้องดูแล และให้คำปรึกษา ทั้งนี้ ในส่วน ของการช่วยเหลือของรัฐบาลนั้นตรงนี้ช่วยได้เยอะจริงๆ

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้า การดำเนินการตามมาตการช่วยเหลือผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด ศธ.ทั้งภาครัฐ และเอกชน

ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และสถานศึกษานอกสังกัด ศธ.ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นอนุบาล-ม.6 และอาชีวศึกษา ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน โดยจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง 11 ล้านคน วงเงิน 21,600 ล้านบาท ว่า

ขณะนี้ ศธ.ได้รับงบประมาณดังกล่าวจากกระทรวงการคลังแล้ว ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาให้นักเรียน นักศึกษาในสังกัด ศธ. แต่ละหน่วยงานจะจัดสรรเงินตามกระบวนการที่ได้วางแผนไว้

 

ซึ่งผู้ปกครองอาจจะไม่ได้รับเงินในเวลาเดียวกัน เพราะแต่ละหน่วยงานมีขั้นตอนและวิธีการที่แตกต่างกัน แต่ทุกหน่วยงานจะเร่งโดยเร็วที่สุด

ในส่วนของสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ตนได้ส่งงบประมาณไปให้หน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

ทาง สช.เมื่อได้รับเงินแล้ว จะโอนไปที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และทาง กศจ.จะโอนเงินให้โรงเรียนอีกครั้ง ส่วน กศน.

ซึ่ง เมื่อได้รับเงินจาก สป.ศธ.แล้ว จะโอนเงินไปให้ กศน.อำเภอ ซึ่งทางกศน.อำเภอจะโอนเงินไปให้ กศน.ชุมชน เพื่อทำการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาอีกครั้ง

นอกจากนี้มีการส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอเปลี่ยนข้อกำหนดการจ่ายเงิน ที่จากเดิมต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยเท่านั้น เป็นจ่ายเงินสดหรือโอนต่างธนาคาร เพราะผู้ปกครองและนักเรียนบางคนอาจจะพบปัญหาไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทย ต้องเปิดบัญชีใหม่

และเพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนี้มีความสะดวกขึ้น ซึ่งขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างติดตามทางกระทรวงการคลังว่าจะสามารถดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวได้หรือไม่

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่าโรงเรียนเอกชนอาจหักเงิน 2,000 บาท กับผู้ปกครองที่ค้างจ่ายค่าเทอมสำหรับภาคเรียนที่ 1 นั้น โรงเรียนเอกชนไม่สามารถทำได้

ซึ่งตนจะส่งหนังสือทำความเข้าใจการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ปกครอง ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อีกครั้ง เพราะตามมติครม.เงินจำนวนนี้ต้องส่งถึงผู้ปกครองโดยตรง